•"• Child_Templ...'s profileヾ★-->(*≧▽≦)☆ น้องสตางค์ ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    January 12

    เกมส์ ออนไลน์ มันมาก

     
     
     
    สมัครเล่นฟรี ไม่เสียตังค์ เกมส์ออนไลน์ เล่นบนหน้าเว็บ
     
    สนุก มัน เพลิน นักเรียนโทที่นี่ติดกันทุกคน
     
    เพื่อนๆที่ว่าง ลองเข้าไปเล่นกันนะ
     
     
     
     
     
    January 04

    ข้อคิด ของขวัญปีใหม่ 2008

     
     
    <<........ หากลดบางอย่างให้น้อยลง คุณจะได้บางสิ่งมากขึ้น ........>>

    ลดความโกรธให้น้อยลง คุณจะได้สติกลับมามากขึ้น

    ลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง คุณจะได้เงินเก็บมากขึ้น

    ลดความคิดที่จะหาคนที่ถูกน้อยลง

    คุณจะได้คำตอบสำหรับทำเรื่องที่ถูกต้องมากขึ้น

    ลดการพูดให้น้อยลง คุณจะได้ทำหลายอย่างได้มากขึ้น

    คิดถึงคนที่คุณรักให้น้อยลง คุณเข้าใจคนที่คุณรักมากขึ้น


    พูดให้ร้ายคนอื่นให้น้อยลง มีคนพูดถึงคุณในแง่ดีมากขึ้น

    แสดงความฉลาดให้น้อยลง คุณได้ความรู้เพิ่มมากขึ้น

    ออกนอกบ้านให้น้อยลง คุณได้ความอบอุ่นในครอบครัวมากขึ้น

     
    คิดเรื่องเครียดให้น้อยลง คุณยิ้มได้มากขึ้น

    ดูละครให้น้อยลง คุณอ่านหนังสือได้มากขึ้น

    คุณวิ่งให้ช้าลง คุณมองเห็นคนข้างหลังมากขึ้น

    เชื่อให้น้อยลง คุณมองเห็นอะไรได้มากขึ้น

    ลดทิฐิให้น้อยลง คุณรู้จักอภัยมากขึ้น



    ทะเลาะกับเด็กให้น้อยลง คุณโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

    ทะเลาะกับผู้ใหญ่ให้น้อยลง คุณได้รับการเอ็นดูมากขึ้น


    แอบฟังให้น้อยลง คุณได้ยินอะไรมากขึ้น

    คุณคิดคำถามให้น้อยลง คุณเห็นคำตอบมากขึ้น

    ...........แล้วคุณลดอะไรไปบ้างแล้ว............

    December 03

    ข้องใจ

     
    มีคนกลุ่มหนึ่ง มีเวลาว่าง นำกำลัง รถถัง ขับเคลื่อนบนนถนนลาดยาง เพื่อไล่คนบางกลุ่ม
    มีคนอีกกลุ่มนึง ต้องการ กำลังทหาร อาวุธ รถถังมาปกป้องดูแลจากปัญหาความไม่สงบ
     
    คนกลุ่มแรกนำกำลัง เผด็จการ อาวุธ เครื่องไม้เครื่องมือ ทำการใหญ่ เพื่อปกป้องประโยชน์ของคนบางกลุ่ม
    คนกลุ่มหลัง ยังคงรอคอยกำลัง การสนับสนุนด้านการทหาร มาคอยปกป้องชีวิตพวกเค้า
     
    มีคำกล่าวบอกไว้ว่า ไม่เสียสละ ชัยชนะย่อมไม่เกิด
     
    ครับ ดี ครับ ปากบอกเสียสละ เพื่อชาติ ในการได้อำนาจมา
    แต่ระหว่างนั้น พื้นที่บางส่วนของชาติ อาจเสียไป
     
    ถามครับว่า ปฎิวัติ ประชาชนได้อะไร ถามอีกครั้ง
    กลุ่มทางการเมืองที่ สนับสนุน กำลังทหาร น่ายกย่อง ฤ
     
     
    พูดในฐานะคนใต้ ทำไม พรรคการเมืองนึง ถึงได้รับความไว้วางใจจากคนใต้ มาอย่างท่วมท้น โดยตลอด
    ประชาชน ยึดติดกับ ชื่อเสียงของพรรค หรือ ตัวบุคคล ใน พรรค
    หรือ เป็นเพราะ นโยบาย ของพรรค  หรือ ผลงาน
     
    พรรคที่บอกตัวเอง ว่า มีประวัติทางการเมืองมายาวนาน รักในระบอบประชาธิปไตย
    แต่ กลับเป็น แกนนำ บอยคอย เลือกตั้ง ??? ผมขี่ช้างหาคำตอบโจทย์นี้ไม่ได้สักที
     
     
     
    ถึงเวลาแล้วครับ
    รวมพลังใช้มือข้างถนัด บ่งบอกถึงความเป็นประชาธิปไตย
    ของ ประเทศไทย ให้เป็น ประชาธิปไตย อย่างแท้จริง
    November 21

    โลก

    โลกนี้ มีสิ่งน่าสนใจมากมาย
    เราเกิดมา เพื่อพบเจอสิ่งงดงามนั้น
     
    แต่...
     
    ด้วยข้อผูกมัดของเวลา ไม่สามารถพบเจอสิ่งเหล่านั้นได้ทั้งหมด
    ชีวิต มีเพียงแค่นี้
     
     
    อย่าปล่อยให้วันเวลา
    ทำลายโอกาศให้เราได้เจอสิ่งเหล่านั้น
     
     
    มองโลกนี้ด้วยรอยยิ้มกันเถอะ
     ....
     
     
     
    June 20

    เพื่อ "น้องนอต"

    ได้รู้ข่าว น้องนอต ประสบอุบัติเหตุ จากพี่แบงค์ตอนคุย เอมกัน
    ความอุ่นในร่างกายเริ่มหายไป มือเริ่มเย็น ใจหวิว น้ำตาคลอ เหม่อ
     
    น้องนอต เป็นรุ่นน้องในมหาลัย ถึงจะคนละคณะ แต่เราก็สนิทกัน
    ภาพความทรงจำ มีมากมาย ผมจำไม่ได้ว่าเริ่ม สนิทกันตอนไหน
     
    รู้เพียงว่า เมื่อไหร่ ที่ไปเตะบอล ก็จะเจอน้องนอต
    รู้เพียงว่า เมื่อไหร่ ไปมั้งกี้ ก็โทรชวน น้องนอต เสมอ 
    รู้เพียงว่า เมื่อไหร่ กินเหล้าบ้านจ่าอินดี้ น้องนอตก็จะมานั่งด้วยทุกครั้ง
    รู้เพียงว่า ผมรู้สึกกับ น้องนอต เหมือนน้องชาย
     
    ภาพเหล่านั้น จะไม่มีโอกาสได้เกิดขึ้นอีกแล้ว
     
    ความทรงจำล่าสุดที่เห็นน้องนอต เมื่อ 5 เดือนก่อน
    แต่ความรู้สึกผูกพัน ยังรู้สึกถึงตลอดเวลา
     
     
    วันนี้ ตื่นนอนขึ้นมา พร้อมกับเปิดโทรศัพท์ มีสายเรียกเข้าไมได้รับ
    9 สาย หนึ่งในนั้น เป็น เบอร์โทรมาจากเมืองไทย ถึง 4 ครั้ง
    ความรู้สึกบอกกับตัวเองว่า ต้องเป็นเรื่องของ น้องนอต อย่างแน่นอน
    และหลังจาก โทรกลับไป จึงรู้ว่าเป็นอย่างที่ ใจคิดไว้ จริงๆ
     
     
    วินาที ที่รู้ว่า น้องนอต ได้จากพวกเราไป น้ำตาไหลลงมาอาบโทรศัพท์
    ระหว่างเดินอยู่กลางเมือง รอบข้างกลายเป็นสีดำ เหมือนเดินอยู่ในห้วง
    แห่งความทรงจำ น้ำตาอุ่นๆไหลผ่านแก้ม พร้อมกับฝนที่เริ่มตกลงมา
    เวลานั้น ผม ไม่มีความรู้สึกอะไรเลย นอกจาก เศร้า และ เสียใจ
    สายฝนท่ามกลางอากาศหนาว ไม่สามารถทำให้ผิวกายรู้สึกไปด้วย
    ผมยังคงเดินไปเรื่อยๆท่ามกลางสายฝน .......
     
    เหมือนสวรรค์จะบอกว่า ได้เปิดรับน้องนอตขึ้นไปบนนั้นแล้วไม่ต้อง
    เป็นกังวล สวรรค์ได้ส่งสายฝนลงมาล้างคราบน้ำตา ส่งสายฝน
    ลงมาหลอมน้ำตาให้เป็นหนึ่งเดียวกับฟากฟ้า สัญญาณจากสวรรค์
    บอกกับผมว่า "น้องนอตจะยังอยู่กับพวกเรา เสมอ และ จะคอยมอง
    คอยดูแลพวกเราจากข้างบน ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง"
     
     
    รู้สึกเสียใจ ที่ไม่ได้ ไปเยี่ยม ทำอะไรไม่ได้ นอกจากส่งใจและภาวนา
    คืนก่อนที่ น้องนอต จะลาจากพวกเราไป ผมฝัน..... ในฝัน เป็นภาพ
    ผมเดินไปตักบาตร ในวัดไทย แถบเมืองที่ผมอาศัยอยู่ และอธิษฐาน
    ถึง น้องนอต...
     
     
    ทำไม ต้องเกิดอะไรแบบนี้ขึ้นมาด้วย
    ทำไม ชีวิตต้องเกิดขึ้นมาเพื่อ เรียนรู้กับ ความสูญเสีย
    อีกแค่ เดือนเดียว ก็จะกลับเมืองไทยแล้ว
     
     
     
    ทุกครั้ง ที่คุยกันในเอม น้องนอต จะพูดเสมอ ว่า
          " กลับมาแล้ว เจอกันนะครับ " 
    ทุกคำพูด ทุกบทสนทนา ของน้องนอต ยังบันทึกไว้
    วันใดที่คิดถึง จะเปิดขึ้นมาอ่าน พี่คนนี้ไม่ลืมน้องแน่นอน
    และรู้ไว้ว่าน้อง "ยังอยู่ในใจ" และ "ความทรงจำ" ของพี่ตลอดไป 
     
     
    ชีวิตคนเรา ไม่มีอะไรแน่นอน
    จงทำในสิ่งที่อยากทำ และจงใช้ชีวิตเหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้าย
     
     
    อยากอยู่เป็นคนสุดท้ายบนผืนโลกใบนี้ เพราะไม่อยากให้ทุกคนเสียใจเมื่อผมจากไป
    June 14

    จะกอดเธอเอาไว้

    เพลง: จะกอดเธอเอาไว้
    ศิลปิน: พอร์คคีพเพอร์ส
     
     
    สายตา อ่อนโยนของเธอดูช่างงดงาม
    แม้ยาม ความเศร้าจะทำเปื้อนน้ำตา
    หัวใจ บอบบางของเธอเคยเจ็บช้ำมา
    รู้ว่า เธอผ่านเวลามาหนักเท่าไร

    เพลงคงขับขาน ดาวทั้งฟ้ายังทอประกาย
    เรื่องราวรุนแรงแค่ไหน ปล่อยไปพร้อมสายลมเถอะเธอ
    อย่าแคร์และกังวลอีกเลย ยังมีอ้อมแขนให้เธออุ่นใจ
    ก็คือฉันไง จะอยู่ตรงนี้

    จะกอดเธอเอาไว้ ให้เธออย่าหวั่นไหว
    ปล่อยคืนที่โหดร้ายพ้นผ่าน ให้ผ่านไปด้วยดี
    จะกอดเธอเอาไว้ จะกอดไว้อย่างนี้
    เก็บเวลาทุกนาที ให้มีเพียงแค่สองเรา

    เพลงคงขับขาน ดาวทั้งฟ้ายังทอประกาย
    เรื่องราวรุนแรงแค่ไหน ปล่อยไปพร้อมสายลมเถอะเธอ
    อย่าแคร์และกังวลอีกเลย ยังมีอ้อมแขนให้เธออุ่นใจ
    ก็คือฉันไง จะอยู่ตรงนี้

    จะกอดเธอเอาไว้ ให้เธออย่าหวั่นไหว
    ปล่อยคืนที่โหดร้ายพ้นผ่าน ให้ผ่านไปด้วยดี
    จะกอดเธอเอาไว้ จะกอดไว้อย่างนี้
    เก็บเวลาทุกนาที ให้มีเพียงแค่สองเรา
     
     
    ชอบกันมั้ยครับ เพลงนี้
    ไม่มีคำอธิบาย รู้แค่ว่ามัน ตรงใจ
    May 19

    ประวัติ ของตลาดหุ้น

    หลังจากว่างเว้นจากรายงาน ก็ได้ฤกษ์หยิบหนังสือของตลาดหลักทรัพย์ขึ้นมาอ่าน เกี่ยวกับความเป็นมาของตลาดหุ้น
    เขียนโดย เพชร บุษาราคัมในหนังสือ บันทึกหนุ่มนักลงทุนหน้าใหม่
    เขียนไว้ว่า ตลาดหุ้นได้เกิดขึ้นมาเมื่อหลายร้อยปี ตั้งแต่สมัยล่าอาณานิคมของชาวตะวันตก ที่มาเอา
    ทรัพยากรของชาวเอเชียกลับไปขายในประเทศของตน แล้วได้กำไรมากมาย จนกระทั่งวันนึงมีเรือ
    ไม่พอขายสินค้า จึงอยากจะต่อเรือเพิ่มแต่เงินทุนมีไม่พอ และไม่รู้จะหามาจากที่ไหน แต่เผอิญมีชาวดัทช์สมองใส
    เห็นว่าหากรวมเงินจากคนที่ต้องการกำไรจากการขายสินค้านี้ก็น่าจะได้เงินมากพอที่จะต่อเรือได้
    และมีหลายคนร่วมลงทุน จึงมีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้ผู้นำเงินมาลงทุน นั้นเก็บเป็นหลักฐาน
     
    จุดเริ่มต้นของหุ้น ส่วนก็เริ่มขึ้น ณ บัดนี้ นี่เอง
     
    เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ลงทุนบางรายอยากได้ส่วนแบ่งของกำไรเร็วๆ แต่รอไม่ไหวก็ขายสัญญานี้ไปให้กับคนอื่นที่ต้องการ
    โดยราคาซื้อขายก็ขึ้นอยู่กันว่าจะตกลงกันที่ราคาเท่าใด
     
    เมื่อวิธีการนี้แพร่หลาย ก็เกิดคนกลางที่ทำหน้าที่ติดต่อให้กับผู้ซื้อขายมาเจอและต่อรองสัญญาซื้อขายสัญญา
    ณ ท่าเรือขนสินค้าในฮอลันดาจนในที่สุด ตลาดหุ้นแห่งแรกก็เกิดขึ้นที่ ฮอลันดา นั้นเอง
     
    เห็นว่าน่าสนใจดีเลยมาอัพเก็บไว้ สำหรับความรู้ทั่วไปของเพื่อนๆที่แวะเข้ามาอ่านกัน
    เนื่องจาก หลายบทความที่ผ่านมา นำเสนอแต่เรื่องที่ค่อนข้างไม่มีสาระ ดังนั้นวันนี้
    เลยตอบแทนผู้อ่านด้วยบทความดีดี เหลานี้ นั้นแล 
    April 06

    สุดยอดคำถาม

    เรื่องมีอยู่ว่า สมมติว่าคุณตายแล้ว (สมมติเฉยๆ ครับ) ยมบาลให้เลือกว่าจะไปสวรรค์หรือนรก โดยมีประตูสองบาน บานหนึ่งไปสวรรค์ บานหนึ่งไปนรก ทั้งสองบานเหมือนกันจนแยกไม่ออก แต่ละบานมียักษ์เฝ้าอยู่ประตูละตัว ทั้งสองตัวหน้าตาเหมือนกันจนแยกไม่ออก

    ยักษ์ตัวหนึ่งจะพูดแต่ความจริง ส่วนยักษ์อีกตัวจะพูดแต่โกหกเท่านั้น

    แล้วเราก็ไม่รู้ด้วยว่ายักษ์ตัวไหนยืนอยู่หน้าประตูอะไร

    ถ้าคุณอยากไปสวรรค์ (หรือนรกก็แล้วแต่) ให้หาประตูที่คุณอยากไปให้เจอ

    โดยให้ตั้งคำถามถามยักษ์เพียงตัวเดียว และครั้งเดียว คุณจะถามว่าอะไร

    เงื่อนไขมีอยู่ว่ายักษ์ตอบได้แค่ ใช่ กับไม่ใช่ และจะถามยักษ์ตัวไหนก็ได้ โดยถามได้เพียงตัว

    เดียวและครั้งเดียวเท่านั้น

    จะถามว่าอะไร
    April 05

    บทกลอน ที่คุณย่ามอบให้

    บทกลอนนี้ เป็นการแต่งโดยคุณย่า ของ เราเองละ ท่านแต่งให้ตอนที่เราลิมตาดูโลก
    วันนี้เราได้ มีโอกาสคุยเอมกับ คุณพ่อ และบังเอิญในบทสนธนาของเรานั้นได้มีเรื่อง
    นี้ขึ้นมา เราเลยอยากเอาลงในสเปซให้ ทุกคนได้อ่านกัน ถึงเรื่องราวของบทกลอนนี้
     
     
    วันเกิด_ตัง
     
    ศูนย์แปด จุดสี่สี่ ทวีโชค
      ต้องโฉลก แรมสี่ ปีชวดหนู
       เดือนเก้าวั นพุธนั้น เป็นวันฟู
        สองห้าคู่ สองเจ็ด เสร็จสมใจ
     
      สิบห้า สิงหมาส องอาจนัก
           จงเกรียงศักดิ์ ยศพราว ดาวไสว
             หลานสตางค์ สมบูรณ์ เพิ่มพูนไป
                ให้เกรียงไกร วิทย์วัฒน์ พิพัฒน์นาม
     
        เชิญเทวา มาอวย ชัยภัยพิบัติ
           เจริญวัฒน์ ไว้ลาย ชายสยาม
             จงลือเลื่อง ทุกประเทศ ทั่วเขตคาม
                   ประสบความ สุขสวัสดิ์ พิพัฒน์เทอญ   
     
     
    เป็นงัยบ้าง  สำหรับเรานะ ยิ่งได้อ่านตอนนี้ อารมณ์เหงาๆมันพาให้ใจเรา รู้สึกไปกับ
    กลอนบทนี้ที่ คุณย่า แต่งขึ้นมาให้ละ รู้สึกดีนะเกือบมี น้ำตาด้วย อิ๊อิ
     
    ป.ล. .....  ตัวเล็ก คิดถึงนะ
    March 21

    อยากไปทะเล

     
     
    รายงานตัวแรกก็ผ่านไปได้ด้วยดี ภายใต้คำจำกัดที่ 3000 words พร้อมด้วยข้อมูลอ้างอิง
    จากหนังสือ กว่าสิบ เล่ม และ แหล่งข้อมูลจากอินเตอร์เนต และอีกทั้งเอกสารที่มากมาย...
     
    รายงานตัวที่ สอง วิชา Business Strategy ก็กำลังอยู่ในกระบวนการ นำเสนอ รูปแบบ
    โดยการพรีเซ้น ต่อหน้า Professor 3 คน เป็นอะไรที่ตื่นเต้นจนขนาดนอนฝันถึง เป็นรายงาน
    กลุ่ม และผู้ที่รับทำหน้าที่ Financial Analysis ก็คือ กู นี้แหละ ไม่เคยรู้เรื่องอะไรกับเค้า
    ก็กลายเป็นมาเข้าใจ เป็นเพราะตั้งใจ 555
     
    วันนี้ สดๆร้อนๆ เพิ่ง นำเสนอเสร็จ ก่อนพรีเซ้นก็ซ้อมซะดี แต่พอเอาเข้าใจ ลน พูดไม่หยุดจน
    ลืมข้อมูลสำคัญบางที่ไป แต่โดยภายรวมก็ ถือว่าโอเค.. ผ่านไปได้ เหมือนยกภูเขาออกจากอก
    แต่ยังหรอก ยังไม่เสร็จ นำเสนอโครงร่างแล้วก็ต้องมานั่งทำรายงานต่อ แต่กว่าจะส่ง เดือนหน้า
    เลยมีเวลา ให้ ผ่อนคลายก่อนจะเดินหน้าสู้เต็มสูบ ตอนรับ เทศกาล Easter ด้วยรายงาน 4 ตัว
    ติดต่อกัน ไม่อยากจะนึก.......... - -
     
     
    ช่วงเที่ยง ร้านอาหาร Bann Thai โทรมาเรียกไปลองงานกะเย็น ก็ตอบตกลงไป ทั้งที่ใจจริง
    อยากจะกลับไปนอนพักผ่อนให้ชื่นอุรา จากที่ซ้อมพรีเซ้นจนดึกดื่น และตื่นเช้าด้วยหน้าตา
    งัวเงียไปมหาลัยแต่ก็อยากจะ หาเงินเอง ช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ (จริงๆเอาเงินไปเล่น สนุ๊ก)
    ไปเล่นกับไอต้น ไอจ๊อบ เกือบทุกวัน ครั้งนึงก็ราวๆ 10 Pounds โดยเฉลี่ย
    วันละเกือบพันบาทเลยนะนั่น - -'
     
    " เอ่อ น้องตังค์ เหรอค่ะ เย็นนี้ว่างมั้ย "
    " ว่าง ครับ "(ตอบโดยไม่ลังเล)
    " เย็นนี้ พี่จะขอทดลองงานน้องหน่อยนะ "
    " ได้ ครับ "
     
     
    ตื่นเต้นเล็กน้อยหลังจากเสียงปลายสายวางลงไป เย้ๆ ได้งานแล้ว นัดไว้ที่หลังร้าน
    ตอน 5 โมงเย็น ระหว่างเดินจากบ้านไปที่ร้าน ก็เห็นสะเก็ดสีขาวปลิวว่อนในอากาศ
    เอื้อมมือไปจับดูเอ๊ะ เย็นๆด้วยคงไม่ใช่ขี้กลากเทวดาแน่ๆ ใช่แล้ว มันคือ หิมะ
    หิมะตัวเป็นๆ ที่ไม่เคยตกใน Bournemouth มานาน ตกลงมา ชุดใหญ่
    พร้อมด้วยลมแรงมากพอที่จะพัดแม่วัวท้องแก่ หนึ่งตัว ปลิ่วว่อนไปมาได้สบาย
     
    เหมือนอากาศเป็นใจ เสกหิมะลงมาดับความตื่นเต้นที่ได้งาน เพราะจากเสียงลือ
    เสียงเล่าอ้างว่า คุณลุง (พ่อครัวใหญ่ที่ร้าน) เป็นโหมเลงเก่า เคยคุมวินมอไซด์มาก่อน
    ใครไม่ถูกใจโวยแหลก ^^'ในใจก็หวั่นเล็กน้อย แต่ยังไงซะก็ขอไปลองสัมพัสด้วย
    ตัวเองก่อนดีกว่า ว่าจะเป็นอย่างที่พูดกันมั้ย อย่างน้อยถ้าไม่ถูกใจก็ ยึด
    คำสอนคำนึง ที่ว่า " จงอย่าด่าว่านายจ้าง ถ้าไม่พอใจก็ลาออก "
    เรื่องราวตอนทำงานวันแรกค่อยแยกไปอีก บลอค ดีกว่า มีเรื่องสนุกเยอะแยะเลย
     
    พูดมาตั้งนานไม่ได้เกี่ยวอะไรกับไปทะเล เลย...... เอาละ  ก็หลังจาก พรีเซ้นงานกันเสร็จ
    สมาชิกกลุ่ม Thai Village ได้ แจงวาระกำหนดการว่า วัน อาทิตย์ ที่จะถึงนี้ มีโปรแกรม
    ไปนั่งปิคนิคกันที่ ชายหาด Avon (สะกดถูกมั้ยวะ) ชื่อหาดมันเหมือนเครื่องสำอาง สงสัยว่า
    แถบริมหาดจะมี  ตลับแป้งพับ แทนเปลือกกุ้งเปลือกหอย 
     
    วู้ว ว้าว เย้  เสียงคำรามเหมือนแมวเลสเปี้ยนมีอะไรกัน ดังขึ้นในใจ ดีใจมากจะได้ไป
    เที่ยวชายทะเล เตรียมตัวซะพร้อมเหมือนกำลังไปเข้าค่ายลูกเสือ ตอน ป.4 วางกำหนด
    การนัดกับเพื่อนว่าจะไปเล่นทำ กิจกรรมบอล ชายหาด  ปาจานร่อน แต่งตัวเสื้อฮิพๆลายดอก
    ส่วนพวกโหมเด็กหญิงก็ ไปซื้อเสื่อ ตะกร้าปิคนิค และ ของตกแต่งบรรยากาศที่ทำให้เรารู้สึก
    ได้ว่ามา ปิคนิคนึกแล้ว ก็อยากจะให้พรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์จัง เพราะแอบอิจฉาเพื่อนๆ
    ที่เมืองไทย ถามใครก็บอกว่าเพ่งไปเที่ยวทะเลมา ไม่ก็กำลังจะไป..... นี่คราย นี่ครายย
    ให้มันรู้ซะมั้งกูก็ได้ไปแล้ว ไว้กลับมาโม้พวกมึงบ้าง  แต่กระนั้นก็เถอะยังงัยก็อยากกลับไป
    เที่ยวหาดเมืองไทยมากกว่า... สรุป ว่า ดีใจ
     
     
    February 27

    ไอเด็ก

     

    นับตามปฎิทินไทย ก็ปาเข้าไปร่วมสองเดือนแล้ว ใช้ชีวิตเป็นนักเรียนต่างแดน

    มาอยู่ไกลบ้านเกิดก็ทำให้คิดถึงอะไรหลายอย่างที่เราลืมเห็นคุณค่าเมื่อมีมันอยู่

    ใกล้มีเพื่อนมากมายความรู้สึกเดียวดายก็ยังอยู่ ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกันวะ

    เป็นอีกค่ำคืนของอารมณ์ ชิว นั่งล่องลอย คิดเรื่องสมัยวัยรุ่น วัยเรียนมหาลัย

    มีความทรงจำ ดีดีอยู่เยอะ นั่งว่างๆนอนไม่หลับ นี้ก็เกือบ ตี 5 พรุ่งนี้ก็มีเรียนเช้าอีก 

    ว่าแต่มาอยู่นี้เหมือนไม่ค่อยได้เรียนเท่าไรเลย วันวันเอาแต่หมกตัวอยู่บ้าน

    ทำรายงานอย่างเดียว เพิ่งรู้ว่าเรียนโท ไม่ใช่ขี้หมูขี้หมาเลย มหาลัยก็ไม่ค่อยได้ไป

    เสียดายตังค์พ่อแม่ วะ ก่อนเข้านอนก็ตั้งใจไว้ทุกทีว่าจะไปเรียน แต่พอตื่นมาทีไร

    ก็บ่นกับตัวเองทุกทีว่า อ้าวเช้าเหรอวะ กูเพิ่งได้นอนเอง ไว้ไปเรียนพรุ่งนี้ดีกว่า

    ผลัดอยู่ยังงี้ทุกวัน จากวันกลายเป็นสัปดาห์ บ้าชิบ เมื่อไหรตัวขี้เกียจจะหายไปสักที

    อาทิตย์นึงไปเรียนแค่สองวันเองมั้ง เฮ้อ เกลียดตัวเอง ยังดีที่มีรายงานให้ทำ

     อย่างน้อยก็มีทิศทางให้กับตัวเองว่ามาที่นี่เพื่ออะไร ดีกว่านอนอยู่บ้านเฉยๆ

    ตื่นมาทำกับข้าวเอง ล้างจาน ซักผ้าเองด้วย รับผิดชอบตัวเองหมดทุกอย่าง

    ยกเว้นเรื่อง ตังค์ แบมือขอ พ่อแม่อยู่เลย อยากหางานทำไปด้วยระหว่างเรียน

    แต่คิดไปคิดมา แค่เรียนอย่างเดียว ยังทำรายงานแทบไม่ทัน แล้วถ้าทำงานไปด้วย

     คงสู้ชีวิตน่าดู บางคนอาจจะทำได้ แต่ คนนั้นไม่ใช่เราแน่ๆ

     

     

    คิดถึง เพื่อนๆ ไอตี๋เล็ก คนที่ใช้ชีวิตเกือบทั้งวันเพื่อ เพื่อนๆ รักมึงนิ ไม่ว่าจะเวลาไหน

    วันไหนอยากเที่ยว อยากทำอะไร กริ๊ง เดียวเอาอยู่ อยากให้มึงมานี่ด้วยกันนะสาดด

    ไอเดียว เด็กหนุ่มที่หนีออกจากบ้าน มาใช้ชีวิตอยู่ บ้านจ่ากับเรา เป็น สัปดาห์

    จนเกือบจะได้เสียกัน คิดถึง มั้งกี้ พี่แบงค์ มิว อยากไปนั่งฟังเพลงที่พี่แบงค์ เล่น

    อยากไปนั่งแอบจำเทคนิคการเล่นกีต้าร์ ของพี่แบงค์มาเติมความสามารถอันจ๊อยของเรา

     ถึงจะเล่นไม่ค่อยเก่งแต่ก็เล่นเป็นเพลงได้วะ นั่งทำรายงานไปมาก็พลันเกียจคร้านแอบ

     แว๊บเข้าไปอ่าน สเปซวง มั้งกี้ แบนด์ ยิ่งทำให้เสี้ยนหนักเข้าไปอีก ว่าจะหยิบกีต้าร์มา

    ซโล่สักหน่อย ก็กลัวไอหมีแพนด้าจะตื่นเกรงใจมัน ส่วนไอต้นช่างมัน 555

    ว่าไปว่ามา ตอนนี้กีต้าร์ ก็นอนป่วยอยู่ สาย 4 ขาด (ขาดได้งัยฟะ) สุนทรีย์เกินไปหน่อย

    หยิบกีต้าร์อะคูสติค มาเล่น เพลง รอค เลยทำให้ความไม่สมดุลของเครื่องดนตรีกับบทเพลงเกิดขึ้น

    พระเจ้าเลยลงโทษทำให้ไม่สามารถบรรเลงมันได้ต่อ  ครั้นจะซื้อสายมาใส่เองก็ใส่ไม่เป็น

    ไม่รู้จะทักเปียให้มันยังงัย สายไม่เหมือนกีต้าร์ชาวบ้านชาวช่องเค้า ค่อยเอาไปที่ร้านก็ได้จ่ายค่าใส่ให้มานหน่อย

     

     

    สุขที่ยึดติดกับรูปแบบ  ทุกข์เพราะผูกพันธ์กับสิ่งที่เปลี่ยนแปลง

    ----------- ง่วง ละ แต่นอนไม่หลับ ------------- 

     

    January 28

    Education Story @UK... rate me how you like it ^_^

    Expectaion is now turn into knowledgable. I'm currently doing Master Degree at Bournemouth, Uk. I'm leaving a short background here to let u guys know why I decided to study here. After graduatation in June, the gap 6 months of my leisure time was wasted for hanging around at night and driving passion car, Mx5. My days passed with no point at all. I still spent a lot of parent's money on alchohol consumption 3 or 4 nights a week. I present myself same as high school student, the mean of nothing much to take responsibility. And this kind of behavior never get out of my mind till I noticed most of my friends continued to study and got their career. It brought out huge affect in me !!! I felt so guity and immediately talked to my self -- What I studied for? How bachelor degree mean to me ? it should have been more valuable than a piece of paper -- voices poped up into my head, all acknowledgement from University should be paid-off by some returns right, at least it might be in term of salary. No more hesitation I, then, dedicated myself seeking for a job via Internet agency sites and also walk-in to company\ies nearby my local area. A couple weeks away I've got offer letters by companies, went to interview as many as I can. I was accepted as International Marketing by Fortune Forzen food company the agreement was made on the date of interview. I felt my life full-filled with pride and honor but I didn't accept that I think my personel characteristic isn't suit to work yet. So, I told 'em allow me for while to think about it luckily my requirement was through. meanwhile consideration was in process I had found something more interesting than move my ass up working in the office which is study Master Degree here at Bournemouth, Uk.
     
    Well, if one questions me why did I pick up this choice I would not back up my decision cas' I just don't even know myself. By the way, I'm at England now n' have been living for 2 weeks plus few days and tomorrow will be third week of my course. Thank you for reading through the bottom line. I would love to hear all sharing idea from you just drop me some words at the comment box.
     
    Cheers
    Witwat, postgraduate student of Bournemouth University.
    November 26

    Errr

    Okie...todie I wanna show my attitude toward career qualification requirments. Based on the basis of the some companys belief that usually make recruitment by educational background I think the suitability of hiring properly staff source from the individual behind the paper ...... make sense ....
     
    I am not writing this article just because of I got low GPA but realizing HR that examination grade can not be evaluated solely of personel ability. Isn't this article being too formal huh dude
    November 12

    Friend

    สิ่งที่สำคัญกว่าเหตุผลคือ ความเข้าใจ
    แม้ทัศนคติจะไม่ตรงกัน แต่ เพื่อนก็อยู่ด้วยกันได้
    แค่ทำความเข้าใจ ในตัวตนของกันและกัน
    และสิ่งนี้แหละ ทำให้เกิดคำว่า "เพื่อน" ทำให้เราเป็นมากกว่า
    ... คนรู้จักกัน ...
    October 10

    ทางเดินแมงเม่าไร้ปีก

    10 ต.ค 2549...
     
    แวะเวียนมาฝึกการเขียนภาวะตลาดหุ้น ของมาร์หน้าเด็ก สืบจากประเด็นการตั้ง ครม ใหม่ ในทางความหวังของนักลงทุนแล้ว เมฆฝนดำลอยลับไป ความชัดเจนทางการเมืองเริ่มปรากฏ สัญญาณไฟเขียวโผล่ให้นักลงทุนเริ่มเดินหน้าลงทุน ข่าวดีมีเข้ามาทั้งการ ตั้ง ครม ใหม่ มี นายกใหม่ ที่ดูดีไปหมดแต่ทำไม ตัวเลขที่ขึ้นสำแดงอยู่บนกระดาน ยังคงที่ บางทีมีทรุดลง ....
     
    คณะ ครม ใหม่เมื่อเห็นชื่อเสียงของบางท่าน ก็อุ่นใจในชื่อเสียงและเกียรติประวัติ แต่ปัจจัยแฝงของแผงไฟแดงบนกระดานครั้งนี้คือการที่ นักลงทุนทุกสถาบันรอดูฝีมือสักระยะหนึ่ง เพราะว่า สิ่งดีๆบางที มารวมกันก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป และ กุญแจสำรองอีกดอกนึงคือ ความมั่นใจของนักลงทุนต่างขาติถึงความมั่นคงคณะ ครม จากการแต่งตั้งโดยคณะปฎิวัติ ประเด็นนี้ต้องใช้เวลาซื้อความยอมรับจากต่างขาติด้วย และอีกจุดน่าสนใจคือ หุ้นได้ปรับตัวตอบรับ ครม.เงา ไปตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว และวันนี้ก็ไม่มี story มาเสนอขายของแปลกใหม่ให้ตลาดกระเตื้องครับ
     
    รายงานยืนยันการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือก็ส่งผลกระทบโดยรวมต่อตลาดหุ้นเอเชีย โดยที่ตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบเล็กน้อย ยังไม่ถึงกับต้องเกร็งจนตัวสั่นแนะนำให้ช่วงนี้นักลงทุนทำตัว อินดี้; เชื่อในแนวคิดตัวเองไปก่อน สำหรับคนที่ไฟแรงก็ ดึงขนหน้าแข้ง มาผูกกับหุ้นพื้นฐานน่าเชื่อถือสักตัวในกลุ่มอุตสหกรรมการท่องเที่ยว ที่น่าจะตอบรับช่วง high season ของไตรมาสสุดท้าย(Q4)
     
    บทความโดย ...... เด็กวัด
     
    October 03

    บันทึก Indy Broker

     In the past 4 years in university, while the general adolescent is extremely presented; nothing to worry about, freedom life, monetary responsibility careless and etc., It is generally considerred to be the cause of young action among adolescent.
     
    article นี้ว่าจะเขียนเกี่ยวกับ ชีวิตการทำงานอ่ะ แต่เริ่มต้นเรื่องจากการเปรียบเทียบ ชีวิตในมหาลัยก่อนมาเริ่มทำงาน วางโปรเจกไว้ซะหรู เชียวกูแต่ไร้ไอเดียมาสานต่อ ไงก็ตามแต่ขอไปหลับก่อนวุ้ย พรุ่งนี้ต้องเข้างานเช้า เด๊ยวจะพาลให้ประสิทธิภาพความตั้งใจลดลง   รอให้พายุอารมณ์ศิลป์พัดเข้ามาในความคิดเมื่อไหร ท่านผู้อ่านคงได้ติดตามงานเขียนไร้คุณภาพจากผมอีกครั้งครับ
     
    28 ก.ย. 2549
     หลังจากชื่นชมแผ่นกระดาษยืนยันว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีได้ร่วมสัปดาห์ ก็เตรียมใจปรับโหมดชีวิตเข้าสู่ความรับผิดชอบแบบเกือบเต็มตัว
    เนื่องจากได้ตัดสินใจแล้วว่า จะรอทำงานสะสมประสบการ์ณและค้นพบตัวเองก่อนว่าชอบในสายทางไหน จึงจะตัดสินใจเรียนต่อ วันนี้เป็นครั้งแรกที่ผมก้าว
    ข้ามความเป็นเด็กโดยการลองงานเป็น marketing (broker) ของบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง ...... รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย .....เลยไปซะเช้าเชียวก่อน
    ผู้ใหญ่ จะมาเข้า office อีก ........  สิ่งที่เรียนรู้วันนี้  การฝึกดูตัวเลขหุ้นผ่านโปรแกรมซื้อขายโดยเฉพาะโดยมีพี่เอ๋ เข้ามาดูแล ในช่วงต้นๆ โชคดีที่เรา    สนใจ  ศึกษาเกี่ยวกับหุ้น มาตั้งแต่สมัยเรียนปี 2 จึงปรับตัวทำความเข้าใจเบื้องต้นได้ไม่ยาก จะงงก็ตรงที่การใช้โปรแกรมของบริษัทนี้ละ
    พี่เอ๋ได้ให้ความรู้ใหม่ๆมาเพียบเลย ไขทุกข้อข้องใจที่เคยแอบเก็บไว้คนเดียวมานาน ตกช่วงบ่าย ก็เดินทำความรู้จักพี่ๆในห้องค้า เวลาวันนี้ผ่านไปเร็วจัง
    ความรู้เล็กน้อย  สัญญาณตัวเลข  สีเขียวที่ตัวเลข หุ้นปรับตัวขึ้น  สีแดง ดิ่งลง สีเทา ราคาคงที่
     สีเขียว คือสีแห่งความสุข ของชาวหุ้น
    September 26

    สมุย โดยบังเอิญ

     
    Does my blog title confuse you guys ? If yes please read through. If no, please follow the answer of yes.
     
    Welcome back everybody SURPRISE !?! as my space has been ignored for ages since the beginning of Live version. Well, today I think there is a time to share my exciting experiences for the last couple days at Surat with my family and included one mexican guy from YE (Youth Exchange student).
     
    My Road trip began in early morning of 24 Sep 2006. I was a driver, Mrs Uraiwan, Tam and Pablo were my victim err... no no better call my honor passenger. My father was already there, having a conference at Diamond Hotel. Actually this trip shouldn't have been existed if my mom didn't suspect my father whether he really had a conference or being unfaithfully ... ha ha  sorry Mr.Jomporn I am just joking, if you are reading this article. 
     
    10.30 The car, CRV was chosen to be an adventure start. I was still hang-over from last night at Monkey pub so my mother offered herself to be a morning driver but I refused coz' of the intend to show my ability of เฮียเพียว that the pure-alcohol did't give me any Yo-Yo effect.
     
    My speed was around 80-100 kms/hr ( chill chill driving ) at 13.00 we reached Patthalung and decided to have lunch at Larn-Ta-Chu restaurant, the famous steak house. We sacrified time for 1 hour having steak then jumped on to the car heading to destination without taking anymore rest.... am a sucker for long road journeys without stopping.
     
    When I got hotel at Surat it wasn't yet dark then, I laid down on the bed taking a brief nap. After while the ringing began:
    a nightmare sound, I was having a good dream to somebody. I still sleepy underneath a warm blanket, stretched out my hand hanged up the internal call from dad--- the meeting ended. He said time for dinner prepare the car everybody's been waiting in front of the hotel...   yes sir --- I replied softly. I and my half-awake concious suddenly rushed to the parking lot.
     
    We terminated the last meal for today at ตาปีซีฟู๊ด, added up foods taste a lil more special by wines and beers
     
     
    we ended up Surat to Samui on the other day. Terrible roads, unsurface, narrow and suck 
    we took a day trip to Chaweng beach, night life with rain as hell
    I got lost at 2.00am and almost gone mad. However it would be my exciting experience though
     
    To be continued.......
    P.S I've lighten up the topic to be furthur written in blue 
     
     
    ...Writer is bored facing the unexpected welcome ...
     
     
    July 15

    ยามเหงา

    อ่านชื่อบทความแล้วอย่าไปคิดนะว่าเรากำลังจะเขียนเรื่อง

    ลุงยามที่นั่งเหงา

    แต่มันเป็นช่วงเวลาแห่งความเหงาอ่ะนะ -------

    สำหรับช่วงนี้ของชีวตหลังจากจบปริญญาตรีมาก็ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเข้ามาวนเวียน

    นอกเสียจากต้องคอยหลบเศษฝุ่นไม่ให้เข้าตา

    ขณะเดินหางานไปอย่างไร้จุดหมาย

     วงจรชีวิตก็มีเพียงแค่อยู่บ้าน

    ใช้เวลาว่างที่มีให้ไม่เป็นประโยชน์ เพราะว่าถ้าเวลาคนเราปล่อยใจให้ว่างให้เรื่อยเปื่อย

     มันมักจะคิดฟุ้งซ่านไปในทางลบมากกว่าที่จะเห็นทางสดใสนะเราว่า

    แถมช่วงเวลาเหงามันเดินไปอย่างช้าๆและเยือกเย็นอย่างบอกไม่ถูกอีกด้วย

     บางคราวมันก็ได้แง่คิดอะไรมานิดหน่อยนะ

    ว่าถ้าคนเรามีความสุขก็มักจะลืมคนที่อยู่ข้างหลัง

    แต่ยามใดที่ความเหงาวิ่งเข้ามาเราก็มักจะนึกถึงใครคนนึงอย่างเสียไม่ได้....

     แต่ทุกอย่างมักมี2ด้านเสมอนะ

    อย่างน้อยความเหงามันก็ทำให้ผมเรียนรู้ว่า

     "คนที่เหงารู้สึกอย่างไร"

    วันนี้ไม่มีแรงบัลดาลใจอะไรมาให้เขียนหรอก มีเพียงแต่ความรู้สึกเหงาที่ชอบแวะมาวนเวียนเวลาอยู่คนเดียวทุกทีไป บทความเลยอาจดูจืดชืดเหมือนช่วงกลางเรื่องของหนังรักโรแมนติคที่พรรณาถึงสิ่งนู้นสิ่งนี้ไปไม่มีที่สิ้นสุด..

    June 27

    รูปธรรมของความรู้สึก

    สำหรับตัวผม หลายคนอาจจะมองว่าเป็นคนเฮฮา สนุกสนาน สามารถหาความสุขจากกองขี้หมาข้างถนนได้ มีชีวิตอยู่กับรอยยิ้มเสมอ ยากนักที่เพื่อนจะเห็นคิ้วของผมขมวดชนกัน แต่เมื่อใดที่ ปักใจชอบ หรือ รัก(อย่างจริงจัง) แล้วก็ยากที่จะถอนหมุดความรู้สึกของความผิดหวัง ต่อสิ่งที่ตัวเองใฝ่ฝันมาตลอดออกมาได้อย่างสนิท..
    และเรื่องที่ถูกยกมานำเสนอในวันนี้ อาจจะไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับความรักที่มีต่อ "บุคคล" แต่เป็น "วัตถุนิยม" คับ หรือถ้าจะโฟกัสให้เข้าลึกไปอีกก็คือ สิ่งของ และ สิ่งของที่ว่านี้ก็คือ รถ ครับ รถ Mx-5 สปอร์ตเปิดประทุนคันนี้แหละครับกับเรื่องเดิมๆ ที่เคยฉายมาเป็นแรมปีถ้าเปรียบความรู้สึกของผมต่อเจ้าคันนี้บันทึกเป็นม้วนเทป ท่านผู้ฟังก็คงจับเทปม้วนนี้ไปแช่ตู้เย็นเพื่อรักษาอาการเทปยืดหลายต่อหลายครั้ง จนอาจเผลอลืมไปเลยก็ได้ว่าที่บ้านได้เปลี่ยนตู้เย็นมาหลายรุ่นแล้วขณะเทปที่นำไปแช่เพื่อใช้ความเย็นรักษายังคงเป็นม้วนเก่าเดิมๆ เช่นเดียวกัน.. มันก็คงเป็นเพียงเรื่องความหลงใหลเก่าๆที่เพิ่งหยิบนำมาเล่าใหม่ขึ้นอยู่กับจังหวะการนำเสนอให้เห็นต่อสาธารณะชนเท่าน้นเองคับ ทว่าความรู้สึกที่อยู่ในใจยังไม่เคยเปลี่ยนแปลง ผมยังคงคอยเก็บรายละเอียด ติดตามข้อมูล เฝ้ารอ นับร่วมหนึ่งช่วงการเกิดขึ้นของฟุตบอลโลก เห็นจะได้ ...มี นะครับ ทุกครั้งที่ผมขอเสียงสนับสนุน ก็จะได้รับคำตอบกลับมาว่า ซื้อไอตัวเล็กคันนี้ อายุก็กินเข้าไป 10กว่าปี ราคายังเฉียดเลข 7 หลัก มันไม่คุ้มค่าหรอก กับการที่ต้องมานั่งบำรุง ดูแล สู้ไปถอยรถป้ายแดงยังจะดีกว่า แต่ใครจะเข้าใจบ้างละครับมัน คงเหมือนกับเรามีแฟนซักคนละมั้ง เค้าคงไม่สวยแบบดารา แต่ทำไมเราถึงเลือกสิ่งที่เราชอบล่ะครับ ผมตอบคำถามทุกคำถามที่เกิดขึ้นในตัวผมได้คำเดียวว่าเป็น "ความชอบหลงใหลอย่างบริสุทธิ์ใจ" และผมคงทนไม่ได้ถ้าต้องออกรถคันอื่นแล้วต้องคอยชะเง้อมอง Mx- 5 ที่ขับผ่านไปมาให้บาดใจเล่น
     
    หากมองในแง่มุมความคิดว่าด้วยหลักเหตุผล ความคุ้มค่าด้านราคาเทียบอัตรส่วนของการใช้งาน ตามหลักของวิชาการ หลายคนอาจจะมองว่าผมดื้อ ไม่ฟังเสียงส่วนใหญ่จาก พ่อ แม่ และ เพื่อนๆ ยกเว้นที่รักของผม (ไม่ว่าผมจะทำอะไรก็ดีสำหรับเธอเสมอ งุงิ) ผมคงหาเหตุผลข้อเดียวที่ฟังดูน่าเชื่อถือโดยขอยืมคำรุ่นร่วมสมัย 60's  ว่า "คุณค่าของจิตใจนั้นอยู่เหนือกว่าสิ่งใด" แล้วกันคับ
     
    เอาละอย่างน้อยผมก็ได้ปลดปล่อยความรู้สึกในใจออกมาได้ถึง Volume# 3 แล้ว ถ้าคนเก่าแก่ที่เคยอ่านสเปซผมก็จะเคยเห็นเรื่องรางทำนองนี้ผ่านเข้าตามาแล้วบ้าง และคงจะรู้ได้ทันทีเลยว่านี้ไม่ใช่ครั้งแรกของการบรรณาการเรื่องครั้งนี้ และ ผมก็ยังเป็นผมคนนี้ ยังคงไล่ล่าความฝันเดิมๆอันนี้ให้ได้ ผมก็คงได้แต่ปลอบใจกับตัวเองว่าช่วงเวลาแห่งการตามหาฝันที่ยังคงผิดหวังมาจด 4 ปี คงจะเป็นการสอนให้ผมมีความรู้และศึกษาภาคทฤษฎีของการเป็นเจ้าของรถคันนี้ได้เป็นอย่างดี
     
    สุดท้ายนี้ก็ขอฝากว่า.. ขอให้สบายใจทั้งคนให้และคนขับรถคับ..
     
     
    June 03

    เงิน 1 บาท หายไปไหน

    ชาย 3 คนจ่ายค่าพักโรงแรม คนละ 10 บาทรวมเป็นเงิน 30 บาทเจ้าของร้านใจดีลดเหลือ
    25 บาทเลยฝากบ๋อยไปคืนชายทั้งสาม 5 บาทบ๋อยเก็บไว้เอง 2 บาทแล้วคืนให้ชาย 3 คน
    คนละ 1 บาท เท่ากับว่า ชายทั้งสามจ่ายค่าโรงแรมคนละ 9 บาทเท่ากับ 27
    บาทรวมกับที่น้องบ๋อยเก็บไว้ 2 บาท เป็น 29 บาทแล้วอีก 1 บาทหายไปไหน?งง
    ใครทราบช่วยบอกที